พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมสามัญที่จะถึงในเดือนมิถุนายน โดยเน้นประเด็นเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และนโยบายต่างประเทศที่ฝ่ายค้านมองว่ายังไม่มีคำตอบ
หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านแถลงในวันนี้ว่า ที่ประชุมสภาฝ่ายค้านเห็นพ้องกันที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลและคณะ ก่อนปิดสมัยประชุม คาดว่าจะใช้เวลาอภิปราย 4-5 วัน
ที่มาของญัตติ
ฝ่ายค้านระบุว่า การยื่นอภิปรายครั้งนี้เป็นไปตามกลไกตรวจสอบของรัฐสภา หลังเห็นว่ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบประชาชนวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะค่าครองชีพและรายได้ครัวเรือนที่ยังไม่กระเตื้อง
5 ประเด็นหลักที่จะอภิปราย
- ค่าครองชีพและพลังงาน — ราคาสินค้า น้ำมัน และค่าไฟที่ยังกดดันประชาชน
- นโยบายเศรษฐกิจ — การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ตรงเป้า งบประมาณรั่วไหล
- ทุจริตและธรรมาภิบาล — การจัดซื้อจัดจ้าง โครงการขนาดใหญ่ที่มีข้อสงสัย
- นโยบายต่างประเทศ — ท่าทีของไทยต่อความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการเจรจาการค้า
- คุณภาพชีวิตและสิทธิเสรีภาพ — กระบวนการยุติธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน
"การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อล้มรัฐบาล แต่เพื่อให้ประชาชนได้เห็นข้อเท็จจริง และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง"
ปฏิกิริยาจากรัฐบาล
โฆษกรัฐบาลตอบกลับว่ารัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกประเด็นในที่ประชุมสภา และมองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกปกติของระบอบประชาธิปไตย พร้อมยืนยันเสถียรภาพของรัฐบาลและเสียงข้างมากในสภา
นายกรัฐมนตรีกล่าวสั้น ๆ ระหว่างการประชุม ครม. ว่า "เปิดใจรับฟังทุกประเด็น และพร้อมชี้แจงด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง"
กระบวนการในรัฐสภา
หลังยื่นญัตติแล้ว สภาผู้แทนราษฎรจะกำหนดวันอภิปรายภายใน 30 วัน โดยฝ่ายค้านจะมีเวลานำเสนอประเด็น ก่อนเปิดให้รัฐมนตรีแต่ละรายชี้แจง และลงมติในวันสุดท้าย
นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า แม้ผลการลงมติคาดเดาได้จากเสียงข้างมาก แต่เนื้อหาที่ฝ่ายค้านเตรียมเปิดอาจกลายเป็นวาระทางการเมืองสำคัญในระยะยาว และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอนาคต